เส้นทางสายไหมดิจิทัลบทใหม่: มิลานและกรุงเทพฯก้าวสู่การเป็นhubข้อมูลระดับโลก

เส้นทางสายไหมดิจิทัลบทใหม่: มิลานและกรุงเทพฯก้าวสู่การเป็นhubข้อมูลระดับโลก

เมื่อความต้องการด้านคลาวด์และ AI พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แผนที่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลกก็กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่อย่างเงียบ ๆ จากเดิมที่ยุโรปและเอเชียพึ่งพาศูนย์กลางไม่กี่แห่ง กำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบที่กระจายตัวมากขึ้น โดยมีต้นทุน การเชื่อมต่อ และข้อจำกัดด้านพลังงานเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ในอดีต เมืองกลุ่ม “FLAP-D” หรือ แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม ปารีส ดับลิน และสิงคโปร์ คือหัวใจของการไหลเวียนข้อมูลระดับโลก แต่วันนี้ เมื่อข้อจำกัดด้านพลังงานและพื้นที่เริ่มกดดันตลาดเหล่านี้ สายตาของนักลงทุนจึงหันไปยังผู้เล่นใหม่อย่างมิลานและกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นเกตเวย์ข้อมูลแห่งอนาคต

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของยุโรปตอนใต้

อิตาลีได้เปลี่ยนผ่านจากผู้เล่นตัวสำรอง สู่หนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในยุโรป โดยมีมิลานในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

  • การเติบโต (The Growth): ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของอิตาลีคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยเติบโตในอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) มากกว่า 12%
  • การขยายกำลังการผลิต (Capacity Surge): มิลานเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่ โดยคาดว่าอิตาลีจะเพิ่มจาก 1.08 กิกะวัตต์ในปี 2025 เป็นมากกว่า 4 กิกะวัตต์ภายในปี 2030
  • การเชื่อมต่อเชิงกลยุทธ์ (Strategic Connectivity): ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์มีบทบาทสำคัญ มิลานทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมแบบ latency ต่ำระหว่างยุโรปกลางและภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน การขึ้นฝั่งของระบบเคเบิลใต้น้ำ Blue-Raman และ 2Africa ได้ยกระดับให้อิตาลีกลายเป็นเส้นทางผ่านหลักของทราฟฟิกข้อมูลจากแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยสามารถหลีกเลี่ยงความแออัดของฮับดั้งเดิมอย่างมาร์แซย์ได้
  • แรงขับเคลื่อนด้านการลงทุน (Investment Momentum): ผู้เล่นระดับโลกกำลังส่งสัญญาณผ่านการลงทุนอย่างชัดเจน ในช่วงต้นปี 2025 VIRTUS ได้ประกาศโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 70 เมกะวัตต์ในมิลาน ขณะที่ CyrusOne เปิดเผยแผนพัฒนาโครงการแห่งที่สองขนาด 54 เมกะวัตต์ (MIL2) นอกจากนี้ บริษัทพลังงานรายใหญ่อย่าง Eni ก็ได้เข้ามามีบทบาท โดยลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อพัฒนากำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์สูงสุดถึง 1 กิกะวัตต์

กลยุทธ์ “ฮับสำรอง” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้นทุนที่ดินที่สูงและข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ได้ผลักดันให้ผู้ให้บริการ Hyperscaler หันไปมองทางเลือกใหม่ทางตอนเหนือ โดยประเทศไทยกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากความต้องการที่ “ล้นออกมา” นี้

  • เป้าหมาย 20 พันล้านดอลลาร์ (The $20 Billion Milestone): ปี 2025 ถือเป็นปีที่ทำสถิติสูงสุดของประเทศไทย โดยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์รวมกว่า 728,000 ล้านบาท (ประมาณ 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
  • การหลั่งไหลของ Hyperscaler (Hyperscale Influx): ผู้เล่นรายใหญ่ได้เร่งขยายการลงทุนอย่างชัดเจน AWS เปิดตัวภูมิภาค Asia Pacific (Bangkok) ในเดือนมกราคม 2025 ขณะที่ Google ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แห่งแรกในประเทศไทย
  • การเชื่อมต่อระดับภูมิภาค (Regional Connectivity): ความน่าสนใจของกรุงเทพฯอยู่ที่บทบาทการเป็น “สะพานเชื่อมทางบก” ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion) การประมวลผลข้อมูลภายในประเทศช่วยลด latency สำหรับผู้บริโภคมากกว่า 250 ล้านคนในไทย เวียดนาม และกัมพูชา
  • การผสานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Synergy): ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ เช่น GSA Data Center (Gulf, Singtel และ AIS) กำลังขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ โดยโครงการล่าสุดในสมุทรปราการและระยองมีขนาดรวมถึง 120 เมกะวัตต์ของ IT load

อนาคตของระบบที่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงศูนย์กลางเดียว

สิ่งที่เชื่อมโยงมิลานและกรุงเทพฯไม่ใช่ความเหมือนกัน แต่คือ “บทบาท” ทั้งสองเมืองกำลังก้าวขึ้นเป็นโหนดระดับภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบกระจายศูนย์

AI ตัวเปลี่ยนเกม: ภายในปี 2027 “Inference” จะกลายเป็นเวิร์กโหลดหลัก แซงหน้า Training อย่างชัดเจน เพราะการประมวลผลแบบเรียลไทม์ต้องเกิดใกล้ผู้ใช้งานที่สุดเพื่อลด latency นั่นทำให้ฮับระดับภูมิภาคอย่างมิลานและกรุงเทพฯมีคุณค่ามากกว่าดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป

สำหรับนักลงทุน ภาพเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ: ทศวรรษหน้าจะไม่ใช่เกมของ “เมืองเดียวครองตลาด” อีกต่อไป แต่เป็นยุคของเครือข่ายเกตเวย์ที่วางตำแหน่งอย่างชาญฉลาด สามารถตอบโจทย์ทั้งพลังงาน พื้นที่ และความใกล้ชิดกับผู้ใช้งาน—สิ่งที่ฮับเดิมเริ่มทำได้ยากขึ้น

การเติบโตของคลาวด์และ AI กำลังเปลี่ยนแผนที่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เมื่อศูนย์กลางเดิมเริ่มเผชิญแรงกดดัน เมืองอย่างมิลานและกรุงเทพฯจึงก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และการเข้าถึงดีมานด์ใหม่ได้ใกล้กว่า

ผลลัพธ์คือภูมิทัศน์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่กระจายตัวมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และพร้อมรองรับอนาคต

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำที่เหมาะกับคุณ ติดต่อเราได้ที่  ALLEGAL